คำถามท้ายบทบทที่ 2
ตอบ การใช้สารสนเทศของผู้บริหารระดับต่างๆ
ผู้บริหารแต่ละระดับ จะมีการนำสารสนเทศไปใช้งานแตกต่างกัน โดยระดับผู้บริหารสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน คือ- ผู้บริหารระดับสูง เป็นระดับวางแผนระยะยาว ควบคุมนโยบาย รวมทั้งการวางแผนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Planning) เพื่อไปสู่เป้าหมาย สำหรับแหล่งทรัพยากรหรือสารสนเทศภายในของผู้บริหารระดับสูงส่วนใหญ่แล้ว มักเป็นผลสรุปที่สามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ ในขณะที่แหล่งที่มาของสารสนเทศก็จะมีทั้งสารสนเทศภายในองค์กรและสารสนเทศภายนอกองค์กร โดยส่วนใหญ่จะใช้สารสนเทศจากแหล่งภายนอกองค์กรมากกว่า เพื่อนำมาวิเคราะห์หรือประเมินแนวโน้มสถานการณ์เศรษฐกิจของโลก รวมถึงอิทธิพลจากกิจกรรมภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อองค์กร สำหรับสารสนเทศจากแหล่งภายในองค์กรจะพิจารณาถึงสภาพการณ์ด้านการปฏิบัติงานภายในองค์กรเป็นหลักสำคัญ
- ผู้บริหารระดับกลาง เป็นระดับวางแผนระยะสั้น ด้วยการสั่งการเพื่อควบคุมจัดการ (Management Control) ตามข้อปฏิบัติเพื่อความสำเร็จตามเป้าหมายที่ผู้บริหารระดับสูงวางแผนไว้ ผู้บริหารระดับกลางมักข้องเกี่ยวกับงานจัดการและควบคุมงบประมาณ เวลา และด้านการประเมินผลการทำงาน โดยจะใช้สารสนเทศทั้งจากแหล่งภายในองค์กรและภายนอกองค์กร แต่ส่วนใหญ่แล้วจะใช้สารสนเทศจากแหล่งภายในมากกว่า
- ผู้บริหารระดับล่าง เป็นระดับปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นเครื่องมือการทำงานของผู้บริหารระดับกลางและผู้บริหารระดับสูง สารสนเทศที่ใช้งานของผู้บริหารระดับล่างนั้น มักเป็นเรื่องของภายในที่เน้นรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติงานหรือการควบคุมการปฏิบัติงาน (Operation Control) เป็นสำคัญ
2.อธิบายความแตกต่างระหว่างการตัดสินใจที่ไม่มีรูปแบบที่แน่นอน การตัดสินใจที่มีรูปแบบกึ่งแน่นอน กึ่งไม่แน่นอน แลการตัดสินใจที่มีรูปแบบที่แน่นอน
ตอบ การตัดสินใจที่มีรูปแบบที่แน่นอน ส่วนใหญ่จะเป็นการตัดสินใจที่เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายและวางแผนระยะยาวขององค์กร
การตัดสินใจที่มีรูปแบบกึ่งแน่นอน กึ่งไม่แน่นอน มักเป็นการตัดสินใจเพื่อควบคุมเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นให้เป็นไปตามแผนระยะเวลา 1-3 ปี ข้างหน้า ผู้ที่มีบทบาทการตัดสินใจ คือ ผู้บริหารระดับกลาง
การตัดสินใจที่มีรูปแบบที่แน่นอน มักเป็นการตัดสินใจเพื่อให้การดำเนินงานประจำวันในองค์กรเป็นอย่างราบรื่น ผู้มีบทบาทตัดสินใจ คือ ผู้บริหารระดับล่าง
3. ลักษณะของสารสนเทศอาจจำแนกโดยอาศัยปัจจัยหลายอย่าง เช่น ที่มา ขอบเขต ระดับ ความละเอียด ช่วงเวลา ระดับความทันสมัย ระดับความแม่นยำ และระดับความถี่ในการใช้งาน ให้อธิบายปัจจัยต่างๆ
ลักษณะสารสนเทศ
|
ผู้บริหารระดับสูง
|
ผู้บริหารระดับกลาง
|
ผู้บริหารระดับล่าง
|
ที่มาของสารสนเทศที่ใช้
|
ส่งผลกระทบทั่วทั้งองค์กร
|
ทั้งภายนอกและภายในองค์กร
|
ข้อมูลจากภายในองค์กร
|
ขอบเขต
|
ส่งผลกระทบทั่วทั้งองค์กร
|
ส่งผลกระทบแคบลง
|
ส่งผลกระทบในวงที่แคบที่สุด
|
ระดับความละเอียด
|
ไม่ค่อยละเอียด
|
ลงรายละเอียดพอสมควร
รายงานการขายแยกตามเขต ประเภทสินค่า
รายงานการขายเปรียบเทียบกับตัวเลขที่ประมาณการไว้
|
ลงรายละเอียดมาก
พนักงานขายแต่ละคนมียอดขายเท่าไร
รายงานการขายเรียงตามเลขที่ใบสั่งขาย
|
ช่วงเวลา
|
รายงานประจำปี เปรียบเทียบ 5 ปี เปรียบเทียบกับคู่แข่งขัน
|
รายงานประจำเดือน
รายงานประจำไตรมาส
รายงานประจำปี
|
รายงานประจำวัน
รายงานประจำสัปดาห์
|
ระดับความทันสมัย
|
ข้อมูลจะต้องทันสมัยมาก เพื่อการตัดสินใจที่ทันต่อเหตุการณ์
|
ไม่ต้องทันสมัยมาก
รายการค้าที่เกิดขึ้นตามจำนวนเงินที่ปรากฎอยู่ในเอกสารเบื้องต้น
| |
ระดับความแม่นยำ
|
ไม่ต้องแม่นยำมาก แต่รวดเร็ว
|
สูง เพราะต้องบันทึกรายการค้าที่เกิดขึ้น ตามจำนวนเงินที่ปรากฎอยู่ในเอกสารเบื้องต้น
| |
ความถี่ในการใช้
|
ไม่บ่อย
|
บ่อยมาก
|
4.ระบุลักษณะงานมา 4 ลักษณะของผู้บริหาร
ตอบ
1.การวางแผน
2.การควบคุม
3.การตัดสินใจ
4.การเป็นผู้นำ
5.โครงสร้างขององค์กรในอนาคตจะต้องเปลี่ยนแปลงไป จงระบุแนวโน้มในการเปลี่ยนแปลงนี้ 2 ข้อและอธิบาย
ตอบ
1.การทำให้เป็นอัตโนมัติหรือการออโตเมต เป็นการใช้เทคโนโบยีสารสนเทศช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลให้แก่การทำงานของบุคลากร
2.การจัดการขั้นตอนงานให้เหมาะสม มีการกำหนดมาตรฐาน กฎเกณฑ์ และข้อบังคับในขั้นตอนงานใหม่ๆ
6.ลักษณะสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพคสือความสามารถในการนำเสนอข้อมูลหรือสารสนเทศในลักษณะต่างๆ เช่น ตาราง รูปภาพ หรือแผนภาพ และการใช้โปรแกรมสำเร็จรูปประเภท OLAP จงอธิบายและยกตัวอย่างสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ และตัวอย่างการใช้โปรแกรมประเภท OLAP
ตอบ Online Analytical Processing (OLAP) เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปที่ทำให้ผู้ใช้สามารถมองความเชื่อมโยงของข้อมูลได้ในหลายมิติ สามารถตอบคำถามได้หลาย เช่น สินค้าประเภทใดขายดีที่สุดหน่วยงานหน่วยใดที่มีผลงานน้อยที่สุด ในกิจการผลิตสินค้ามีสินค้าตัวหนึ่งกี่รุ่น
7.อธิบายคำว่าการใช้สารสนเทศเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ (strategic information system)
ตอบ การใช้สารสนเทศเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ คือ ระบบสารสนเทศที่สามารถทำให้เกิดความได้เปรียบทางธุรกิจ เป็นระบบสารสนเทศที่แสวงหาโอกาสทางธุรกิจให้แก่องค์การ
8.อธิบายและยกตัวอย่างการใช้สารสนเทศเพื่อลดต้นทุน
ตอบ การใช้สารสนเทศเพื่อลดต้นทุน คือ การพยายามลดต้นทุน เพื่อจะได้สามารถเสนอขายสินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพเหมือนกันในราคาที่ต่ำกว่า
9.อธิบายและยกตัวอย่างการใช้สารสนเทศเพื่อสร้างกำแพงเพื่อกีดกันคู่แข่งขันไม่ให้เข้าสู่ธุรกิจเดียวกัน
ตอบ การใช้สารสนเทศเพื่อการสร้างกำแพงเพื่อกีดกันคู่แข่งขันไม่ให้เข้าสู่ธุรกิจเดียวกัน คือ กิจการมีวิธีการที่จะกีดกันคู่แข่งขันไม่ให้สามารถลอกเลียนแบบหรือเข้าสู่ธุรกิจเดียวกันได้โดยง่ายหลายวิธี เช่น การขอความคุ้มครองทางกฎหมาย
10.อธิบายและยกตัวอย่างการสร้างค่าใช้จ่ายที่สูงในการเปลี่ยนไปใช้สินค้าหรือบริการจากผู้ค้าเดียวกัน
ตอบ การสร้างค่าใช้จ่ายที่สูงในการเปลี่ยนไปใช้สินค้าหรือบริการจากผู้ค้ารายอื่น คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อลูกค้าหยุดซื้อสินค้าหรือบริการจากธุรกิจหนึ่งเพื่อไปซื้อสินค้าหรือบริการเดียวกันจากผู้ค่ารายอื่น
11.อธิบายและยกตัวอย่างการสร้างสินค้าหรือบริการใหม่
ตอบ การสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ คือ การสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีผู้ใดเสนอขายมาก่อนทำให้เกิดความได้เปรียบ
12.อธิบายและยกตัวอย่างการสร้างความแตกต่างให้แก่สินค้าหรือบริการ
ตอบ การสร้างความแตกต่างให้แก่สินค้าหรือบริการ คือ กิจการอาจทำให้เกิดความได้เปรียบทางธุรกิจโดยการโน้วน้าวให้ลูกค้ารู้สึกว่าตนได้รับสินค้าหรือบริการที่ดีกว่า
13.อธิบายและยกตัวอย่างการปรับปรุงสินค้าหรือบริการเดินให้ดียิ่งขึ้น
ตอบ การปรับปรุงสินค้าหรือบริการเดินให้ดียิ่งขึ้น คือ กิจการอาจสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจโดยการปรับปรุงสินค้าหรือบริการ หรือเพิ่มค่าให้แก่สินค้าหรือบริการของตน
14.อธิบายและยกตัวอย่างการจับมือร่วมค้ากับคู่ค้าหรือคู่แข่งขัน
ตอบ การจับมือร่วมกับคู่แข่งขัน คือ กิจการหลายแห่งจับมือร่วมให้บริการแก่ลูกค้าในราคาที่ต่ำลง และคุณภาพของสินค้า หรือบริการมักจะดีกว่าการซื้อสินค้าหรือบริการแยกกัน
15.อธิบายและยกตัวอย่างการดึงหรือยึดผู้ขายหรือผู้ซื้อเดิมไว้ให้ได้
ตอบ การดึงหรือยึดผู้ขายหรือผู้ซื้อเดิมไว้ให้ได้ คือ กิจการจะมีความได้เปรียบทางธุรกิจหากกิจการนั้นมีอำนาจในการต่อรองสูง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจในการต่อรองกับผู้ขายหรือผู้ซื้อ
16.อธิบายบทบาทของผู้บริหารตามแนวคิดของมินต์สเบิร์ก บทบาทของผู้บริหารใดที่สามารถใช้ระบบสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ
ตอบ บทสรุปของมินต์สเบิร์กก็คือ ผู้บริหารไม่สามารถใช้ระบบสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจในทุกบทบาทของผู้บริหารได้ บทบาทชองผู้บริหารที่ช่วยในการตัดสินใจ
- คุณภาพของข้อมูล
- ลักษณะเฉพาะตัวของผู้บริหาร
- ความล่าช้าของชั้นตอนงานต่างๆ และการเมืองภายในองค์การ
17.อธิบายระดับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อองค์กรนำระบบสารสนเทศแบบใหม่มาใช้
ตอบ ระบบสารสนเทศใหม่กับการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร มี 4 ระดับ คือ
1.การทำให้เป็นอัตโนมัติหรือการออโตเมต
2.การจัดการขั้นตอนงานให้เหมาะสม
3.การเปลี่ยนกระบวนการทางธุรกิจ
4.การแปรสภาพของธุรกิจ
18.การออโตเมตคืออะไร อธิบายและยกตัวอย่าง
ตอบ ออโตเมต คือ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล ให้แก่การทำงานของบุคลากร เช่น การใช้โปรแกรมสำเร็จรูปในการคิดคำนวณค่าแรงประจำเดือน
19.Business Process คืออะไร เราสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มประสิทธิผลของกระบวนการทางธุรกิจอย่างไรบ้าง ยกตัวอย่าง
ตอบ Business process คือ กระบวนการทางธุรกิจ คือ หัวใจของระบบสารสนเทศการพัฒนากระบวนการทางธุรกิจจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น กระบวนการทางธุรกิจหนึ่งประกอบด้วยกิจกรรมมากมาย กระบวนการดสามารถใช้ IS/IT แทนหรือช่วยได้ ทรัพยากรที่ถูกใช้น้อยลง จะส่งผลให้สามารถเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กรหรือลูกค้าที่ปลายทางได้
20.การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือระบบสารสนเทศเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจคืออะไร ยกตัวอย่าง
ตอบ การใช้สารสนเทศเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจ คือ ระบบสารสนเทศแบบนโยบายอาจถูกพัฒนาขึ้นจากกิจการใหม่ที่ยังไม่มีระบบสารสนเทศที่เป็นรูปเป็นร่าง หรืออาจถูกพัฒนามาจากระบบสารสนเทศเดิมขององค์กร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น